ฟังรายการสถานีวิทยุศึกษา FM 92 MHz.



ครอบครัวข่าวสาร





มาร่วมคุยกันดีกว่า

๔/๙/๕๑

10 วิธี ทะเลาะกับคนรักอย่างสร้างสรรค์




การใช้ชีวิตคู่ ก็ต้องมีการทะเลาะกันบ้าง วันนี้มี 10 วิธี การทะเลาะกับคนรักอย่างสร้างสรรค์ จะได้ช่วยให้การทะเลาะไม่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักมาบอก...


1. ทะเลาะทีละเรื่อง อย่าขุดเอาความไม่พอใจเก่า ๆ ขึ้นมาพูดในทีเดียว เพราะแทนที่จะได้ข้อสรุปของหัวข้อที่ถกเถียงกันตั้งแต่แรก จะกลายเป็นการระเบิดสงครามอารมณ์ใส่กัน


2. อย่าจับผิดรายละเอียดเล็กน้อย อย่าเถียงกันว่าเขาลืมไปรับของสำคัญของคุณวันจันทร์หรือวันอังคาร ประเด็นคือ เขาลืมของสำคัญของคุณ ไม่ใช่ วันไหนที่เขาลืม


3. เริ่มต้นประโยคด้วยคำว่า ฉัน พูดว่า ฉันไม่พอใจเวลาคุณทำแบบนั้น แทนที่จะพูดว่า "คุณทำให้ฉันไม่พอใจเวลาทำแบบนั้น" การขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า คุณ จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกกล่าวโทษ ขณะการขึ้นต้นด้วยคำว่า ฉัน คือการบอกกล่าวความรู้สึกของคุณ


4. อย่าพูดว่า "ไม่เคย" "เสมอ" "ควร" และ "ไม่ควร" เพราะเป็นคำที่ฟังดูแข็งกระด้าง และมีแนวโน้มจะทำให้ผู้ฟังไม่พอใจได้ง่าย และเอาเข้าจริงมันก็ไม่ถูกเสมอไป


5. ใช้เหตุผลและความคิดเห็นที่เป็นของคุณ อย่าพยายามชักแม่น้ำทั้ง 5 ด้วยการเอาความคิดเห็นของคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พึงระลึกไว้เสมอว่า นี่เป็นเรื่องของคุณสองคนเท่านั้น


6. พยายามอยู่ในอิริยาบถผ่อนคลาย และอย่าลืมหยุดพักหายใจ การนั่งลงและอยู่ในอิริยาบถสบาย ๆ จะช่วยให้คุณสงบจิตสงบใจได้ดีกว่าการเดินพล่านไปทั่วห้อง


7. อย่าพูดคำหยาบคาย หรือด่าทอ การต่อว่าว่าเขาแสนจะขี้เกียจ อ้วนพุงพลุ้ย หรือคิดมากไม่เข้าเรื่อง ไม่เคยช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้เลย


8. พยายามสังเกตความรู้สึกของตัวเอง และบอกให้เขารับรู้ การบอกว่า "ฉันกลัวว่าคุณจะไม่รักฉัน" จะช่วยให้เขาเข้าใจคุณมากกว่าการพูดว่า " คุณทำตัวเหมือนไม่รักฉันเลย"


9. อย่าขัดคอ อย่าเถียงขึ้นมา ขณะอีกฝ่ายกำลังอธิบาย หรือเอาแต่พูดพล่ามยืดยาวอยู่ฝ่ายเดียว หรือไม่พูดอะไรเลยและหวังว่าจะให้เขาอ่านใจคุณออก


10. ขอเวลานอก หากคุณหรือใครคนใดคนหนึ่ง เริ่มรู้สึกรุนแรงจนอาจควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ควรหยุดการถกเถียงและแยกย้ายไปสงบจิตสงบใจสักพัก จนอารมณ์เย็นลงด้วยกันทั้งสองฝ่าย แล้วจึงค่อยมาปรับความเข้าใจกันใหม่


ถ้าไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ระหว่างทะเลาะกัน ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.


ขอขอบคุณเนื้อหาดีดีจาก

๑๗/๘/๕๑

เกมมหาภัย จีทีเอ4 โผล่! จี้บล็อกเว็บ ห้ามโหลด


หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมชื่อดัง ก่อเหตุฆ่าโหดนายควร โพธิ์แข็ง อายุ 50 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ เสียชีวิตคารถภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 77 แยก 1 แขวงและเขตบางพลัด กทม. เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมทันควัน โดยฆาตกรหนุ่มรับสารภาพเลียนแบบเกมจีทีเอ (Grand Theft Auto) เกมโจรที่ไล่ฆ่ากันเพื่อทำแต้มในคอมพิวเตอร์ ออนไลน์ ซึ่งเมื่อตรวจสอบย้อนหลังพบว่า เกมออนไลน์ดังกล่าวทางการสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นทะเบียนให้เป็น 1 ใน 10 เกมอันตราย ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงการซื้อให้ลูกเล่นแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า บริษัทเทค-ทู อินเตอร์แอ็กทีฟ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเกมจีทีเอ ร่วมกับสตูดิโอร็อกสตาร์เตรียมวางจำหน่ายภาคต่อลำดับ 4 ของเกมอื้อฉาวดังกล่าวที่ญี่ปุ่นปลายเดือนตุลาคม หลังวางจำหน่ายในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือตั้งแต่เดือนเมษายน และทำรายได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ โดยสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคที่อังกฤษห้ามจำหน่ายเกมจีทีเอ ภาค 4 แก่เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามจำหน่ายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี เพราะเนื้อหาของเกมมีความรุนแรงและยั่วยุ

สำหรับมาตรการสกัดเกมนรกของไทยนั้น ในวันเดียวกัน นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในฐานะนายทะเบียนกลาง และนายทะเบียนประจำจังหวัด ในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการร้านเกมอินเตอร์เน็ต กล่าวว่า ในส่วนประเทศไทยนั้น ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เด็กนักเรียนก่ออาชญากรรมความรุนแรงใช้มีดแทงคนขับแท็กซี่จนเสียชีวิต โดยได้เลียนแบบพฤติกรรมจากเกมจีทีเอนั้น ผู้นำเข้าเกมจีทีเอในประเทศไทยได้สั่งเก็บเกมดังกล่าวในทุกเวอร์ชั่นหมดแล้ว รวมทั้งสั่งห้ามนำเข้าและจำหน่ายเวอร์ชั่นที่ 4 ด้วย ซึ่งทราบว่าขณะนี้ในต่างประเทศยังมีการวางจำหน่ายเกมจีทีเออยู่ แต่ประเทศเหล่านั้นได้มีการจัดเรตติ้ง หรือระดับความเหมาะสมของเกมกับผู้เล่นในแต่ละวัย แต่สำหรับประเทศ ไทยนั้น ขอยืนยันว่าเกมดังกล่าวจะไม่มีเข้ามาในประเทศอย่างแน่นอน เพราะเป็นเกมที่ผิดกฎหมาย ยกเว้นแต่การลักลอบนำเข้าเท่านั้น

นายปรีชากล่าวอีกว่า ดังนั้นหากพบว่าร้านเกมใดที่ยังมีการเปิดให้เล่นเกมจีทีเอ และมีการดาวน์โหลดมาให้เด็กและเยาวชนเล่น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตนจะมอบหมายให้สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทำการบล็อกเว็บไซต์ ที่เปิดให้มีการดาวน์โหลดเกมจีทีเอเวอร์ชั่น 4 จากต่างประเทศ รวมทั้งเกมอื่นๆ ที่มีความรุนแรงด้วย

ทั้งนี้ ขอแจ้งไปยังผู้ประกอบกิจการร้านเกมอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศว่า ภายใน 30 วัน หลังจากนี้ให้มีการส่งเกมที่บรรจุอยู่ในฮาร์ดดิสก์ทั้งเกมเก่าและเกมใหม่ โดยให้นำมาส่งตรวจสอบใหม่ทั้งหมดที่นายทะเบียนประจำจังหวัดทั่วประเทศ จากนั้นนายทะเบียนประจำจังหวัดจะส่งคู่มือเพื่อแจ้งให้ทราบรายชื่อของเกมที่มีความรุนแรงและผิดกฎหมายกับผู้ประกอบการร้านเกม เพื่อเป็นการกำหนดให้ร้านเกมดูแลและเข้มงวดในการไม่เผยแพร่เกมที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน จะเป็นวันดีเดย์ เริ่มต้นปราบปรามกวาดล้างเกมเถื่อนอย่างจริงจัง หากพบว่าร้านใดยังมีการเผยแพร่เกมที่มีความรุนแรง และขัดต่อกฎหมาย จะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-200,000 บาท

ศึกษาและเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกวิธีได้ที่

ขอขอบคุณข่าวจาก

๑๓/๘/๕๑

พลังจากสัตว์เลี้ยง


สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนปลอบใจยามเหงาและยามเศร้า มีเวลาให้เราเสมอ ดังนั้น สัตว์เลี้ยงไม่ว่าน้องหมาหรือน้องแมวจึงเปรียบเสมือนยาประจำตัวที่จะขาดเสียไม่ได้...ไปดูกันเลยว่ามีข้อดีอะไรบ้าง


1. สามารถช่วยปลอบโยนจิตใจ สำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นคนอ้วนหรือคนผอม สวยหรือไม่สวย จนหรือรวย มันก็ซื่อสัตย์ต่อคุณเสมอ ความรู้สึกนี้จึงส่งผลต่อความรู้สึกของคน ดังนั้น คนที่มีสัตว์เลี้ยงจึงไม่ค่อยเป็นโรคซึมเศร้าเพราะจิตใจได้รับการปลอบโยนอยู่เสมอ และจากการศึกษาของนักจิตวิทยาและผู้ดูแลคนชราพบว่า สัตว์เลี้ยงช่วยให้คนหัวเราะ ยิ้ม และ สุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. ป้องกันโรคภูมิแพ้ เด็กชนบทมักไม่ค่อยเป็นโรคภูมิแพ้จากฟางหรือละอองเกสรดอกไม้ และโรคหืด ในขณะที่เด็กในเมืองที่มีน้องหมาก็ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ยกเว้นเด็กเล็กๆ ที่เล่นกับแมวก็มีความเสี่ยงสูงกับโรคภูมิแพ้ได้

3. ดีสำหรับหัวใจ การออกไปเดินเล่นกับน้องหมาทุกวันช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดลม กล้ามเนื้อและข้อต่อ แถมยังช่วยให้ร่างกายฟิต กระฉับกระเฉง ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ต้องไปพบแพทย์บ่อย ไม่มีความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลต่ำ ในขณะผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงมักป่วยไปพบแพทย์มีจำนวนมากกว่า 18%


4. ช่วยให้รู้สึกสุขสงบ สัตว์เลี้ยงมีความสงบสุขตามวิถีชีวิตของมัน หากใครได้ลูบไล้น้องเหมียวก็เปรียบเสมือนกับการไล่ความเครียดออกจากจิตใจ ความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นช้าลง ประสาทมีความสงบนานขึ้น และป้องกันไม่ให้ความดันโลหิตพุ่งสูงเร็ว นอกจากนี้ ปลาสีสวยๆ ในอ่างเลี้ยงปลาก็มีอิทธิพลต่อจิตใจของเรา ตามคลินิกทันตแพทย์บางแห่งในยุโรปจึงนิยมเลี้ยงปลาไว้ปลอบใจคนไข้


5. เป็นเพื่อนยามรู้สึกกลัว ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่หายกลัวเมื่อมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่น น้องหมาในห้องเรียนก็ช่วยลดความกลัวได้ นอกจากนี้ การรักษาด้วยการขี่ม้าก็ช่วยให้เกิดความเชื่อมั่น เพราะทำให้คนรับรู้ความเข้มแข็งของตนเอง และฝึกฝนความสามารถทางสังคม ดังนั้น สัตว์เลี้ยงจึงช่วยพัฒนาเด็กๆ นั่นคือเด็กๆ ได้เรียนรู้ความรับผิดชอบและมีประสบการณ์กับการเล่นกับสัตว์เลี้ยง

6. ช่วยให้พบเพื่อนใหม่ๆ ไม่มีอะไรที่จะเป็นตัวช่วยเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้คนได้เท่ากับน้องหมาน้องแมว ลองเป็นเจ้าของน้องหมาน้องแมวดูสิคะ รับรองว่าคุณจะได้ทำความรู้จักกับคนอื่นๆ และมีเพื่อนมากขึ้น


ขอขอบคุณสาระดีดีจาก

คำถามที่ไม่ควรถามแฟน

วันนี้มีคำถาม 4 ข้อ ที่ไม่ควรถามแฟน เพราะอาจจะทำให้ไม่ได้คำตอบ แถมยังรู้สึกไม่ดี เมื่อถามออกไปอีกต่างหาก

1. คุณคิดว่าผู้หญิงคนนั้นสวยไหม คะ? : ถ้าแฟนหนุ่มตอบว่า "สวย" คุณก็จะมัวแต่วิตกจริตกับความสวยของคุณ ว่าผู้หญิงคนนั้นกับคุณ ใครจะสวยกว่ากัน แต่ถ้าแฟนคุณบอกว่า "ไม่สวย" คุณก็จะต้องบอกว่าเขาโกหกแน่ๆ เพราะฉะนั้น อย่าถามดีกว่า

2. ฉันอ้วนไปรึเปล่า? : กระจกน่าจะเป็นคนตอบคำถามนี้ ได้ดีกว่าแฟนนะ ถ้าเกิดความสงสัยว่ากำลังจะอ้วนไปแล้ว นี่ก็คือคำตอบที่มีอยู่ในใจแล้ว ว่าไม่พอใจในรูปร่าง เพียงแต่ว่าต้องการความมั่นใจมากขึ้นเท่านั้นเอง

3. แฟนเก่าคุณเป็นคู่รักที่ดีกว่าฉันรึเปล่า? : ถ้าดีกว่าแล้วจะเป็นอย่างไร แล้วถ้าคุณดีกว่าคุณจะดีใจไปทำไม เพราะยังไงเขาก็อยู่กับคุณอยู่แล้วในวันนี้ อดีตของเขาอาจจะเป็นความทรงจำส่วนตัวของเขา อย่าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเขามากนัก

4. คุณว่าเราจะคบกันไปได้ถึงไหน? : ถ้าคุณมัวแต่มาถาม คำถามเหล่านี้ คุณอาจกำลังทำลายความรู้สึกที่ดีของกันและกันก็ได้



ขอขอบคุณ

๔/๘/๕๑

แฉ! หญิงไทยสูบบุหรี่อื้อ หัดสูบตั้งแต่วัย12


แฉ! สาวอมควัน หัดสูบตั้งแต่วัย12 ... สาวไทยเพิ่มจำนวนเป็นสิงห์อมควัน เหตุค่านิยมผิดๆ ดูเท่ในสังคม พบหัดสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุไม่ถึง 12 ขวบ เผยบริษัทบุหรี่ทุ่มงบมอมเมา ทำมวนเล็กเรียว รสผลไม้

ดร.วิลาสินี ชี้ที่ผ่านมาเน้นรณรงค์แต่เพศเดียว เตรียมระดมสมองในงานประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 7

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดแถลงเรื่องพิษภัยของบุหรี่ โดย รศ.ธราดล เก่งการพานิช ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการศึกษาสถานการณ์การสูบบุหรี่ของวัยรุ่นหญิงในประเทศไทย โดยการสำรวจกลุ่มตัวอย่างในนักเรียนหญิงในระดับมัธยมต้น-ปลาย และอุดมศึกษา จำนวน 3,093 คนทั่วประเทศ พบว่า วัยรุ่นหัดสูบบุหรี่ครั้งแรกอายุต่ำกว่า 12 ปี ร้อยละ 10.2 สูบระหว่าง 12-13 ปี ร้อยละ 21.2 ในจำนวนนี้ต้องสูบทุกวันหรือเกือบทุกวัน ร้อยละ 42.1 เกือบทุกวัน โดยสูบมากกว่า 5 ม้วนต่อวัน ร้อยละ 33.4 ขณะที่ผู้ชายสูบในช่วงอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่ถึงร้อยละ 10 และจำนวนการสูบใกล้เคียงกันคือผู้ชายสูบมากกว่า 5 มวนต่อวัน อยู่ที่ร้อยละ 40

"ที่น่าตกใจคือมีวัยรุ่นจำนวนมากที่ยอมรับว่าเคยสูบบุหรี่ต่อหน้าพ่อแม่ หรือพ่อแม่สูบบุหรี่ด้วย มากถึงร้อยละ 18.8 และสูบพร้อมกับเพื่อนร้อยละ 89.3 วัยรุ่นส่วนใหญ่จะซื้อบุหรี่มาสูบเอง ร้อยละ 53.8 โดยซื้อบุหรี่จากร้านขายของชำ ร้านสะดวกซื้อมากที่สุด คือร้อยละ 68.1 ขณะที่วัยรุ่นหญิงร้อยละ 70.5 เห็นว่าบุหรี่ที่สูบได้มาง่ายมาก" รศ.ธราดลกล่าว และว่า กลุ่มวัยรุ่นหญิงที่สูบบุหรี่อ้างเหตุผลที่สูบเพื่อลดความเครียดและผ่อนคลายร้อยละ 48.2, ตามเพื่อนร้อยละ 32 ขณะที่ในกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 39.6 มีแผนจะเลิกบุหรี่ในอนาคต

ปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นหญิงหันมาสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้นคือ มีเพื่อนสนิทสูบบุหรี่ 1-5 คน มีทัศนคติเชิงบวกต่อการสูบบุหรี่โดยเชื่อว่าการสูบบุหรี่เป็นสัญลักษณ์ของคนสมัยใหม่ และสูบบุหรี่เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนด้วยกัน

นายสถาพร จิรัตนานนท์ มูลนิธิณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า การสูบบุหรี่ของวัยรุ่นหญิงกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ขยายตัวไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา กลุ่มนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นผู้หญิงจะขยายตัวเพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตของประชากรที่จะมีสัดส่วนผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น มีการคาดการณ์ว่าในอีก 16 ปีข้างหน้า คือในปี พ.ศ.2568 จำนวนผู้หญิงในประเทศกำลังพัฒนาจะเพิ่มจาก 2.1 พันล้านคนในปัจจุบัน เป็น 3.5 พันล้านคน และในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงที่สูบบุหรี่มากถึงร้อยละ 20 หรือประมาณ 700 ล้านคน ขณะที่สถิติการสูบบุหรี่ของผู้หญิงทั่วโลกเมื่อปี 2544 มีเพียงร้อยละ 3 ของประชากรทั่วโลก หรือประมาณ 200 ล้านคนเท่านั้น

"ผู้หญิงในแถบเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายในการทำการตลาดของบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ พบว่าบริษัทบุหรี่ทุ่มงบประมาณมหาศาลศึกษาความต้องการของผู้หญิงเพื่อผลิตบุหรี่ที่มีรูปลักษณ์ รสชาติ ตรงตามความต้องการของผู้หญิงให้มากที่สุด เช่น ม้วนบุหรี่เล็ก เรียวยาว แสดงถึงหุ่นของผู้หญิงที่มีรูปร่างผอม เพรียว หรือรสชาติอ่อนละมุน กลิ่นผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น" นายสถาพรกล่าว

ผศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในกลุ่มผู้หญิงยังไม่เข้มแข็งมากนัก เพราะพุ่งเป้าการรณรงค์ไปที่กลุ่มนักสูบผู้ชายมากกว่า จึงทำให้ปัจจุบันมีนักสูบหน้าใหม่เป็นผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น มาตรการป้องกันควรเน้นการสื่อสารข้อเท็จจริง ชี้โทษภัยของบุหรี่ โดยเฉพาะการรณรงค์ในกลุ่มเครือข่ายครอบครัวและกลุ่มเพื่อนให้รู้เท่าทันภัยของบุหรี่

วันที่ 4-5 สิงหาคมนี้ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) จะจัดงานประชุมวิชาการ "บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ" ครั้งที่ 7 ที่โรงแรมมิราเคิล สนับสนุนโดย สสส.ในหัวข้อ "เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านภัยบุหรี่" โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุม ซึ่งจะมีการเป็นการระดมความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานทางวิชาการ งานวิจัยใหม่ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและทางออกร่วมกัน

ขอขอบคุณข่าวจาก

ข่าวรณรงค์

ช่วยกันลดมลพิษคนละนิด ลดการใช้โฟมและถุงพลาสติก ปิดเครื่องไฟฟ้าหลังใช้งานทุกครั้ง

ความคิดเห็นล่าสุด